สวัสดียามเย็นค่ะทุกคน ฉัน เลม่อน จาก RAMIP เจ้าเก่า 

ในที่สุด! ฉันก็ได้ไปเที่ยวภูเก็ตเป็นครั้งแรกหลังจากข้อจำกัดในเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยวต่าง ๆเนื่องจากไวรัสโคโรนา หรือ Covid-19 โดยในครั้งนี้ฉันตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องไปพักที่ รีสอร์ท KEEMALA ที่ฉันได้แต่ฝันว่าอยากจะไปสักครั้งในชีวิต และฉันก็ได้ข้อสรุปที่ว่า ที่นี่เป็นโรงแรม รีสอร์ทที่ ค่อนข้างเหนือกว่าที่ฉัน คาดหวัง และได้รับจาก โรงแรมระดับ 5 ดาวอื่น ๆ ที่ฉันเคยไป จนไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้ ( ทั้งนี้เป็นความรู้สึกและความชอบส่วนตัวด้วยนะคะนะคะ) 

 โดยปกติแล้ว ราคาที่พักของที่นี่จะอยู่ที่ประมาน ห้องละ ประมาณ 25,000 – 30,000  บาทต่อคืน แล้วแต่ประเภทของ บ้านพักที่เราเลือก ซึ่งฉันเองก็เกือบจะยอมแพ้ไปแล้ว

แต่ด้วยสถานการณ์ไวรัสโคโรนา หรือ Covid-19 ที่ทำให้การท่องเที่ยวภายในและนอกหงุดชะงัก และเมื่อมีการคลี่คลายของสถานการ เริ่มต้นดำเนินธุรกิจใหม่อีกครั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ครั้งนี้ฉันสามารถจองที่พักได้ในราคาโปรโมชั่นในราคาไม่เกิน 15,000 บาท ในช่วงหลายปีนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ในที่สุด ฉันก็สามารถเติมเต็มความฝันอีก 1 อย่างได้ 

 มีโรงแรมหรูที่มีชื่อเสียงมากมายในประเทศไทย แต่ Keemala ซึ่งเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) และคงมีเพียงที่นี่เท่านั้นเป็นที่พักคุณจะที่สามารถเพลิดเพลินได้โดยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างเต็มที่  ซึ่งบ้านพักแต่ละแบบของ Keemala นั้น ได้รับการออกแบบตามสภาพภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์เน้นเรื่องราวของชนเผ่าสมมติทั้ง 4 เผ่าที่รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งหมู่บ้าน และเกิดเป็นสถานที่ที่เรียกว่า Keemala  

โดยทุก ๆ ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ นะคะ

 ในครั้งนี้ฉันได้เลือกห้องในรูปแบบของ

บ้านต้นไม้ ซึ่งหลังที่ฉันพักนั้นสูงเป็นอันดับสองใน Keemala  โดยราคาโปรโมชั่นอยู่ที่ 13,900 บาท (ประมาณ 47,260 เยน) เป็นห้องพร้อมอาหารเช้า และมีสเปเชียลเช็คอิน 12 นาฬิกา เช็คเอาท์ 15 นาฬิกา

 ก่อนอื่นก็มาเริ่มต้นจากการเช็คอิน และทันในนั้น ก็มีการเสิร์ฟ เครื่องดื่มต้อนรับ ที่ห้องรับรอง

LOBBY

 ฉันมาถึงที่นี่ประมาณ 10 โมงกว่า ซึ่งในตอนนั้นฉันโชคดี ที่ห้องของเราอยู่ระหว่างเตรียมห้องสำหรับเข้าพัก ซึ่งใช้เวลาไม่นาน และในที่สุดฉันก็ได้เข้าไปยังที่พัก

โดยจุดชมวิวที่เชื่อมต่อมาจากล๊อบบี้นั้นจะทำให้คุณสามารถมองเห็นวิวของที่นี่ได้ 360 องศาเลยทีเดียส นอกจากนี้โครงสร้างของล็อบบี้ยังทันสมัยมากอีด้วย ภายในบริเวณโรงแรมมีทางขึ้นลงค่อนข้าง

 โหยหากคุณมองขึ้นมาจากด้านล่างภาพที่เห็นจะเหมือนราวกับว่ากำลังมองฐานทัพลับในป่าอยู่ และภายมนห้องส่วนตัวที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ทางขึ้นลงแทนที่จะเป็นพื้นที่ราบนั้น เป็ยอะไรที่ให้ความรู้สึกหรูหราเป็นอย่างมาก และเกิดกว่าคุณจะจินตนาการเมื่อมองมาจากภายนอก และที่ที่สำคัญอีกหนึ่งอย่าง คือ หากคุณภายที่จะมองเข้ามาจากภายนอกนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะมองให้เห็นภายในห้อง จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

 บ้านต้นไม้นี้จะมีทางเข้าอยู่ที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน โดยที่ชั้น 2 นี้จะเป็นส่วนของ มาสเตอร์เบดรูมหรือห้องนอนหลัก และห้องอาบน้ำที่มีทั้งแบบ Outdoor และ Indoor ซึ่งมีอ่างสำหรับแช่น้ำจัดแต่งไว้อย่างหรูหรา

ในส่วนของสระว่ายน้ำส่วนตัวและพื้นที่รับประทานอาหารนั้นจะถูกจัดไว้ที่ชั้น 1 โดยเป็น ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ เชื่อมออกไปยังสระส่วนตัว ซึ่งโดยปกติแล้วจะจำกัด 

จำนวนผู้เข้าพัก ไว้ 2 ท่าน ต่อบ้านหนึ่งหลัง แต่หากว่าคุณมากเพื่อนร่วมเดินทางมากกว่านั้นและต้องการขอเตียงเสริม ก็สามารถแจ้งกับทาง คีมาลา เพื่อทำการจัดเตรียมและเปลี่ยนร่างเจ้าเตียงโซฟาขนาดใหญ่ให้กลายเป็นที่นอนได้อีกด้วยล่ะ

 พื้นที่ทุกส่วนนั้นถูกออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงาม แม้กระทั่งสระว่ายน้ำส่วนตัวหรือตัวอ่างน้ำเองก็เช่นกัน ทุกอย่างนั้นได้รับการออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงให้เหมาะสมกับ ที่พักและห้องแต่ละประเภทอย่างสวยงามและลงตัวเป็นอย่างมาก

 นอกจากนี้ส่วนของอ่างอาบน้ำนั้น มาพร้อมกับเจลอาบน้ำและเกลืออาบน้ำคุณภาพเยี่ยม และที่สำคัญตัวเจลนี้สามารถนำมาตีฟองในอ่างได้ด้วยนะ

 ในช่วงที่ฉันเข้าพักนั้น น้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัวค่อนข้างเย็น เพราะเป็นช่วงฤดูฝนและมีฝนตกทุกวัน แต่ก็ดีมากเลยล่ะที่ที่สระน้ำส่วนตัวนั้นเป็นแบบสระจากุซซี่  นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำรวมขนาดใหญ่อีกด้วยนะ

 ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ที่นี่นอกจากจะเป็นที่พักผ่อนชั้นเยี่ยม และสวยงามแล้วนั้น ภายในรีสอร์ทเองก็ยังมีกิจกรรมรายวันในสัปดาห์นั้น ๆ ให้ทุกท่านได้ร่วมสนุก และเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยจะต้องทำการจองล่วงหน้าก่อนถึงรอบเวลาของแต่ละกิจกรรม ซึ่งทุกท่นสามารถจองได้อย่างง่ายดายเพียงเข้าไปติดต่อที่ล๊อบบี้เท่านั้นเอง

 กิจกรรมแรกที่พวกเราได้เข้าร่วมนั้นคือ ชั้นเรียนทำขนมไทย ซึ่งในครั้งนี้เราจะได้ทำตั้งแต่เฉาะมะพร้าว ไปจนถึงการนำเจ้ามะพร้าวไปฉูดเลยล่ะ 

จากนั้นเติมสีด้วยน้ำอัญชัน ที่ต้มในน้ำร้อนพร้อมใบเตยโรยด้วย มะพร้าวที่เราขูดกันมากับมือ และสอดไส้ด้วยน้ำตาลโตนต  โดยปกติแล้วฉันไม่ค่อยจะทานขนมไทยสักเท่าไหร่เพราะมันค่อนข้างหวานมาก แต่สูตรขนมของที่นี่นั้น กลับทำให้ฉันรู้สึกว่าทานง่าย ไม่หวานจนเกินไปและยังอร่อย

กิจกรรมต่อมาที่เราเลือกคือการทำค็อกเทล !!  หลังจากที่ได้เช็คเอาต์แล้ว ฉันยังคงได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของทางรีสอร์ทได้อยู่  ฉันจึงเข้าร่วม

กิจกรรมการทำค๊อกเทล ซิกเนเจอร์ ของที่นี่ นั่นก็คือ Tom Yum Smash ! ซึ่งเป็นค๊อกเทลที่มีรสชาติของต้มยำ ที่จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นหลังจากได้ดื่ม โดยเบสของตัวค๊อกเทลแก้วนี้นั้น คือ เตกีย์ล่า นั่นเอง

โดยค็อกเทลสูตรเตกีล่าแก้วนี้นั้น จะถูกมิกซ์เข้ากับ น้ำผึ้ง มะนาว พริก ข่า ใบมะกรูด และ ผักชี ซึ่งในตอนแรกสุดนั้น 

บาร์เทนเดอร์จะแสดงตัวอย่างขั้นตอนวิธีการชง จากนั้นคุณสามารถที่จะได้ลองชงเจ้าค๊อกเทลสูตรพิเศษนี้ด้วยตนเองได้  สำหรับฉันมันเป็นประสบการณ์การชงค๊อกเทลครั้งแรก แต่มันก็สนุกมาก และรสชาติของค็อกเทลที่ออกมาทำให้ฉันรู้สึกว่านี่แหละรสชาติเฉพาะคนไทย เพราะมีผักและความเผ็ดผสมกันอย่างลงตัว

 แขกส่วนใหญ่ที่เข้าพักในครั้งนี้เป็นคนไทย แต่คนไทยไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวมากนัก ดังนั้นจึงเป็นการดีที่ทั้งสองกิจกรรมจะถูกจองไว้  ถึงจะบอกว่าเป็นกิจกรรมที่เปิดให้มีผู้เข้าร่วม แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่จำกัดจำนวน ดังนั้นฉันคิดว่าคุณสามารถเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่เลยล่ะ

 อาหารเช้าที่ฉันตั้งตาคอยมาตลอด โดยคราวนี้ไม่ใช่รูปแบบบุฟเฟ่ต์ แต่เป็นรูปแบบอที่ฉันต้องดาวน์โหลดเมนูบนสมาร์ทโฟนและออร์เดอร์สิ่งที่ฉันชอบจากที่นั่น ซึ่งครั้งนี้เมนูอาหารเช้าเต็มไปด้วยอาหารไทยและสากล ที่สำคัญคือทุก ๆ อย่างอร่อยมากจนทำให้ฉันแปลกใจเลยทีเดียส

 ถึงแม้ว่าจะสามารถรับประทานอาหารเช้าในห้องพักได้ แต่ดูเหมือนว่าที้ห้องอาหารจะมีเมนูที่ดีกว่า และผู้คนส่วนใหญ่ที่มาพักก็ยังเลือกที่จะรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร

 สำหรับมื้อค่ำฉันสั่งพิซซ่าและม็อกเทลที่ห้องอาหารของโรงแรม  แถมยังมีขนมปังออกมาเสิร์ฟด้วยล่ะ ราคาโดย

ประมาณอยู่ที่ 400 บาทต่อคน ซึ่งคุณภาพและบริมาณยั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าราคาที่จ่ายไปนั้นแพงสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังมีอาหารแบบคอร์สในเมนูดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการเฉลิมฉลองเช่นวันครบรอบ หรือวันพิเศษต่าง ๆ ด้วยนะ

 พนักงานที่นี่ต้องบอกเลยว่ามีจิตวิญญาณในการบริการที่ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการ
ต้อนรับที่ดีและความเอาใจใส่ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีจริงๆ

 ใช้เวลาโดยประมาณไม่เกิน 30 นาทีจากที่พักนั้น มีแหล่งท่องเที่ยวหลักในภูเก็ตคือหาดป่าตอน แต่ด้วยอิทธิพลของ ไวรัส โควิด-19 นั้นค่อนข้างรุนแรงมากจนทำให้ร้าน

ค้าและสถานบันเทิง ตลอดจนห้างสรรพสินค้าและโรงแรมกว่า 95% ถูกปิด

 สำหรับฉันเป็นเรื่องน่าเศร้าจริง ๆ ที่เห็นว่า

พื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลายเป็นเมืองที่แสนเงียบเหงา ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตและเซ็นทรัลปิดให้บริการ แต่ก็ยังมีร้านสะดวกซื้อหลายแห่งเปิดให้บริการดังนั้นหากคุณมีสถานที่ที่ต้องการจะเดินทางไปเที่ยวชม เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบล่วงหน้าก่อนเดินทางนะคะ

ณสำหรับการเดินทางในภูเก็ตครั้งนี้ เราได้จองรถเช่าสำหรับการเดินทางจากสนามบินภูเก็ต  เนื่องจากแท็กซี่ในภูเก็ตมีราคาค่อนข้างแพงดังนั้น ฉันแนะนำว่าหากต้องการใช้รถเดินทางบ่อย ๆ ให้จองรถเช่าดีกว่านะคะ  ซึ่งคราวนี้ถูกเลยทีเดียว โดยราคาอยู่ที่ 1600 บาท / 2วัน ตกวันละ 800 บาท และปริมาน้ำมันที่ใช้ เติมคืนเท่าจำนวนที่ใช้จริง (200 บาท) 


ฉันอยากจะแนะนำ ให้ทุก ๆ คน หากมีโอกาศละก็ จะต้องลองมาพักที่นี่ให้ได้เลยนะ

และที่สำคัญช่วงนี้ จากสถานการณ์ โควิด-19 ที่ทำให้ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่สามารถเดินทางมาเพื่อเข้าพักได้ เป็นโอกาศดีที่จะสามารถจองที่พักได้ง่ายขึ้น และราคาเป็นละคาที่เป็นโปรโมชั่นด้วยล่ะ

 เนื่องจากไม่มีพนักงานชาวญี่ปุ่น จึงดูเหมือนว่าลูกค้าชาวญี่ปุ่นจะไม่มาเยี่ยมเยียนมากนัก แต่ฉันคิดว่าไม่มีปัญหาเพราะ เจ้าหน้าที่และพนักงานของที่นี่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ และ ยังมีการใช้ LINE ในการติดต่อได้  

ทำไมคุณไม่ใช้โอกาสนี้ในการเยี่ยมชมรีสอร์ทยอดนิยมที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่แม้ในทริปวันหยุดสุดสัปดาห์